ป้อมปราการเก่ากลางทะเล "อายุ 150 ปี" ภายนอกอย่างโทรม แต่พอดูภายในเท่านั้นแหละ...โห้วว อย่างหรู !!

เผยแพร่ : 11 กรกฎาคม 2559   เวลา 13:54




ถ้าหากคุณกำลังมองหที่พักกลางทะเลแต่ดันไม่ถูกกับคลื่น นี่อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ขอแนะนำให้รู้จักกับป้อมปราการเก่าแก่กลางทะเลที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 และมีอายุกว่า 150 ปี ตั้งอยู่ระหว่างชายฝั่งพอร์ตสมัท และไอล์ออฟไวต์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันถูกบูรณะให้กลายเป็นสถานที่ผักผ่อนอันแสนเลิศหรู


เล่าย้อนหลังความเป็นมาสักเล็กน้อย ป้อมปราการกลางทะเลยนี้แต่เดิมทีถูกสร้างขึ้นเพื่อทางการทหาร เมื่อปี ค.ศ. 1860 โดยนายกรัฐมนตรีของอังกฤษในสมัยนั้นคือ Lord Henry Palmerston (หลอดเฮนรี ปาล์มเมอร์ตัน) เพื่อป้องกันการบุกเข้าโจมตีของทหารฝรั่งเศสที่นำทัพโดย Napoleon III (นโปเลียน ที่สาม) ด้วยความล่าช้าในการขนย้ายวัสดุในการสร้าง หินขนาดใหญ่ จึงกินเวลานานถึง 15 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ สุดท้ายฝรั่งเศสก็ไม่ได้บุกมาอย่างที่หวั่นกัน ที่แห่งนี้จึงได้อีกชื่อว่า “Palmerston’s follies” (ซากฟอสซิลของปาล์มเมอร์ตัน)


จนมาถึงยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่แห่งนี้ได้ชื่อใหม่ว่า No Man's Land Fort (ป้อมปราการไร้ผู้คน) เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งพร้อมกับอีก 2 ป้อมปราการในการยับยั้งการบุกรุกของเรือรบของข้าศึก จนมาถึงมาสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่แห่งนี้ก็ยังคงถูกใช้เพื่อป้องกันข้าศึกอยู่ แต่ครั้งนี้ความก้าวหน้าของทางการทหารนั้นไปไกลเกินจนต้านทานได้ ทั้งการโจมตีของเรือดำน้ำ ไหนจะยังที่เครื่องบินอีก ที่นี่จึงถูกทหารทิ้งร้างและอีก 2 ทศวรรษต่อมาจึงถูกออกมาประกาศขายนั่นเอง


ในปี ค.ศ. 1956 ป้อมชายฝั่งถูกยกเลิกใช้งาน จึงกลายเป็นที่ว่างและไร้ประโยชน์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1963 ถึงถูกเอามาประกาศขายแต่กลับไม่มีใครสนใจสถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ จนกระทั้งปี ค.ศ. 1980 คู่สามีภรรยาได้ซื้อป้อมเหล่านี้ และได้บูรณะมันขึ้นมาใหม่ให้เป็นโรงแรมและพิพิธภัณฑ์สุดหรูกลางทะเลเมื่อปี ค.ศ. 2009 และแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปี 2012 จะหรูหราแค่ไหน ไปชมกันครับ


ปัจจุบันถูกปรับปรุงให้กลายเป็นโรงแรมหรูกลางทะเลที่มีเพียงไม่กี่แห่งบนโลก ถ้าคุณอยากจะลองเปลี่ยนบรรยากาศจากในเมืองหรือแนวการพักผ่อนแบบเดิม ๆ ป้อมปราการโซเลนต์คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ การเดินทางต้องนั่งเรือจากท่าหรือให้เลิศขึ้นมาอีกก็บินโดยเฮลิคอปเตอร์ลงมาลงจอด


เห็นคอนกรีตภายนอกดูเก่าทรุดโทรมแบบนี้้ แต่ข้างบนและด้านในหรูหรากว่าบางโรงแรมทั่วไปเสียอีก และบรรยากาศก็ยังเป็นอีกสิ่งที่ไม่สามารถหาได้ในโรงแรมจากบนแผ่นดินใหญ่


เมื่อเดินเข้ามาถึง จะมีพนักงานรอต้อนรับด้วยแชมเปญที่กลางเลานจ์ เพื่อให้ลูกค้าได้นั่งพักกันก่อน


เศียรพระของศักดิ์สิทธิ์จากเอเชียที่ถูกพบว่าตั้งอยู่ในที่แห่งนี้ก่อนจะมีการปรับปรุงเป็นโรงแรม พวกเขาจึงเก็บเอาไว้และดูแลรักษาเป็นอย่างดี เมื่อปรับปรุงเสร็จจึงนำมาประดิษฐานกลับสู่ที่เดิม


อ่างน้ำร้อนกลางแจ้งบนดาดฟ้าของพอร์ด ที่ให้คุณสัมผัสภาพทิวทัศน์ได้อย่างสุนทรี


มาพนักงานคอยบริการเครื่องดื่มอย่างไม่ขาดสาย และวิธีเปิดแชมเปญสุดหวาดเสียว


ส่วนกลางของด้านบนบรรยากาศเหมือนกับร้านอาหารในตรอกเล็ก ๆ บนแผ่นดินใหญ่ มีชื่อร้านว่า Atrium


ในห้องกระจกใส่ บรรยากาศปรอดโปร่งสามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา


ในห้องนอนเรียบ ๆ แต่ครบทุกบริการ รับรองหลับสบายจนถึงเช้า


ส่วนห้องนี้อีกระดับหนึ่ง แน่นอนว่าราคาก็ไม่ธรรมดาด้วยแน่นอน


ทางเดินไปยังห้องพัก ให้บรรยากาศไปอีกแบบ


ห้องสำหรับนั่งผิงไฟเล่นเมื่อรู้สึกหนาวก็มี แถมมีมาชเมลโล่ไว้ให้ย่างกินเล่นได้อีกด้วย


ใครที่ชอบความท้าทาง อยากลองสัมผัสถึงการรบแน่นอนที่นี่ก็มี Laser Quest ให้ได้เล่นกันอย่างหน่ำใจ


บาร์สุดหรู พร้อมรับบริการสำหรับทุกท่าน


ห้องอาหารสุดหรู กับอาหารสุดเลิศรส


เหล่าบริกรสาว คอยช่วยบริการท่านด้วยรอยยิ้ม


ใครที่รู้สึกเบื่อ อยากใช้ความคิด ที่นี่เลย "สมาคนคิดเลขเร็ว"


มุมด้านบนจากดาดฟ้าในยามราตรีลงไปภายในป้อมปราการ ช่างงดงามจริง ๆ คุณว่าไหม?


ใครอยากไปลองสัมผัสกับสถานที่แห่งนี้ในวันหยุดยาว สามารถเข้าไปดูรายระเอียดและราคาได้ที่นี่ solentforts.com เลยครับผม


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
เรียบเรียงโดย Teng1st
เผยแพร่ : 11 กรกฎาคม 2559   เวลา 13:54

loading...


ข่าวอื่นๆ 


[ADS-ARTICLE-BOTTOM2]

ท่องเที่ยวอื่นๆ 


.
.