อย่ามองข้าม !! อีกหนึ่งที่เที่ยวแสนภาคภูมิชาวกาญฯ "ทองผาภูมิ บ้านอิต่อง สังขละบุรี" มีดีตอนหน้าฝน !!!

เผยแพร่ : 19 มิถุนายน 2559   เวลา 12:17



ตอนนี้ประเทศไทยเราก็เข้าหน้าฝนกันแบบเต็มตัวแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยเป็นแน่แท้ อีกหนึ่งสถานที่ที่อยากแนะนำให้ได้รู้จักกัน นั่นก็คือจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรีถือได้ว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความสำคัญกับประเทศไทยมาอย่างช้านาน มีทั้งแหล่งประวัติศาสตร์ที่น่าเรียนรู้ และยังมีแหล่งธรรมชาติที่น่าค้นหาอีกมากมาย

วันนี้เราจะพาคุณไปดูส่วนหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรีที่เชื่อได้ว่าหลายๆ คนต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี ต้องบอกว่าเหมาะที่จะท่องเที่ยวมากในช่วงหน้าฝนนี้


เริ่มจากการนั่งรถไฟ (ฟรี) ขึ้นจากสถานีรถไฟดอนรัก (กาญจนบุรี) ไฮไลท์มีหลายที่มาก จุดแรกคือสะพานข้ามแม่น้ำแคว ต่อมาคือตรงถ้ำกระแซที่จะมีทั้งหน้าผาและแม่น้ำแควให้เห็น (จุดนี้เคยเรียกกันว่าทางรถไฟสายมรณะ) นั่งไปเรื่อยๆ จนสุดสายที่สถานีน้ำตก


ที่สถานนีน้ำตกนี้เป็นเพียงชื่อ ถ้าอยากดูน้ำตก (ไทรโยคน้อย) จะต้องนั่งรถต่อไป จะมีรถสองแถวไปส่งถึงน้ำตกไทรโยคน้อย ราคาต่อคนนั้นก็ถูกมาก ไม่เกิน 50 บาทต่อคน เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะต้องแวะพักชมน้ำตกแห่งนี้ สามารถขับรถมาก็ได้เพราะน้ำตกอยู่ติดถนนเลย


เดินทางต่อด้วยรถทัวร์ไปทองผาภูมิ (หรือถ้าขับรถไปเองก็ใช้ถนนเส้นเดียวกันได้) จะมีจุดแวะเที่ยวให้ได้พักผ่อนตลอดสาย ที่แรกเลยก็คือที่น้ำพุร้อนหินดาด แวะแช่น้ำร้อนซักชั่วโมงเพื่อผ่อนคลายร่างกาย คือถ้าไปกันรถโดยทัวร์สามารถบอกเป๋ารถเมล์ได้ว่าขอลงที่บ่อน้ำพุร้อน เขาจะจอดให้ใกล้ที่สุดแล้วเดินต่อเข้าไปอีกราวๆ 500 เมตร ค่าบริการเข้าน้ำพุร้อนต่อคนคิด 20 บาทเท่านั้น ไฮไลท์จุดนี้คือข้างๆ น้ำพุร้อนจะมีลพธารธรรมชาติ สามารถลงไปแช่ตัวได้ถ้าหากรู้สึกว่าร้อนเกิน

 

ไปต่อกันกับการเดินทางไปทองผาภูมิ ออกมารอรถโยสารที่ไปต่อถึงที่ (อาจนานหน่อยกว่าจะมีคันต่อไปมา) นั่งต่อไปอีกราวๆ 3 ชั่วโมงได้ ค่ารถไม่แพงเลย รถทัวร์ เป็นแบบ open air ช้าแต่ชัวร์ ใครที่หลงใหลธรรมชาติต้องชอบแน่ๆ หมู่บ้านที่ล้อมด้วยภูเขามองไปเห็นแต่ภูเขาและหมกเมฆ ใช่แล้วนี่คือทองผาภูมิ พักค้างคืนที่นี่สักคืนก็ดีนะครับ ราคาค่าห้องอยู่หลักร้อย เพราะที่นี่ยังมีที่เที่ยวน่าสนใจอีกมาก


ช่วงเช้าให้ลองเดินเล่นรอบๆ หมู่บ้านตลาดยามเช้านั้นมีอะไรน่าสนใจเยอะมาก แต่สถานที่แนะนำคือ วัดท่าขนุน วัดนี้จะตั้งอยู่บนเขา ทางไปวัดต้องข้ามสะพานแขวนข้ามแม่น้ำไทรน้อย เดินขึ้นไปบนเขาต้องใช้พลังเยอะพอสมควร (เตรียมตัวให้ดีๆ) แนะนำให้พกน้ำติดตัวไปด้วย


ขึ้นไปต่อที่ อ.ปิล็อก หมู่บ้านอิต่อง รถจะมีไปไม่กี่เที่ยวต่อวัน ขาไปจะมี 2 รอบคือตอน 10 โมงเช้า กับเที่ยง ขากลับจะมีแค่รอบเดียวคือตอน 7 โมงเช้า ค่ารถขาไป 70 บาท เป็นรถสองแถวนะใครเมารถง่ายแนะนำให้ยืนเกาะราวด้านหลังมองวิวเลย ระยะทาง 60 กิโล ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ที่นี่มีที่เที่ยวที่นักผจญภัยชอบเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือ ไปปีนและชมวิวที่เขาช้างเผือก และเข้าไปดูเหมืองแร่เก่า


เดินทางต่อด้วยรถทัวร์ไปสังขละบุรี เวลาในการเดินทางจะอยู่ประมาณ 4 ชั่วโมงได้ ไปถึงก็หาที่พักก่อนเลยราคาที่พักนั้นก็ไม่สูงมาก หาที่อยู่ติดริมน้ำหน่อยก็ดีนะ จะได้มีวิวสวยๆ ไว้ชมกัน กิจกรรมแนะนำคือ ทัวร์ล่องเรือชมวัดเก่าใต้น้ำ เรือจะพาล่องเรือไปตามแม่น้ำในเขื่อน จุดที่เด็ดสุดคือการได้ไปดูวัดจมน้ำ ซึ่งแท้จริงคือวัดวังก์วิเวการามเดิม ก่อนที่จะมีการสร้างเขื่อน (บางช่วงน้ำน้อยเราสามารถเข้าไปกราบไหว้พระพุทธรูปที่อยู่ในโบสถ์ได้ด้วย)


ที่นี่มีมอร์เตอร์ไซให้เช่าแบบรายวัน สามารถเช่าขับเที่ยวชมตามสถานที่ต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ในราคาวันละ 200 บาทเท่านั้นเอง ช่วงเช้าตรู่สิ่งที่ต้องทำอีกหนึ่งอย่างคือการตักบาตร แต่ที่นี่ไม่เหมือนกับที่เราเคยทำกันมา เพราะจะเป็นแบบมอญ มีเตรียมไว้ให้เราเช่าเปลี่ยนเพียง 99 บาทต่อชุด อีกหนึ่งจุดที่เที่ยวสำคัญของที่นี่คือสะพานมอญนั่นเอง เป็นสะพานไม้ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเลย


ห่างจากตัวอำเภอสังขระไปราว 40 กิโลเมตรคือ ด่านเจดีย์สามองค์ อีกหนึ่งที่ที่ห้ามพลาด ไม่งั้นไปบอกต่อไม่ได้นะครับ ที่นั่นจะมีทัวร์เพื่อข้ามฟากไปเที่ยวฝั่งพม่า ก็แล้วแต่ว่าจะไปหรือไม่


จริงๆ แล้วตลอดเส้นทางจากตัวเมืองกาญฯ จนไปถึงอ.สังขระบุรีนั้นยังมีที่แวะชมและเที่ยวได้อีกเยอะมาก อยากให้นักเดินทางทุกคนได้ลองค้นหาเองเพื่อเพิ่มความสนุกในการเดินทาง เอามารีวิวหมด ก็เหมือนสรุปหนังสือให้ฟังใช่ไหมละครับ? ขอให้สุกกับการท่องเที่ยวนะครับ


 
-:)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
เรียบเรียงโดย Teng1st
เผยแพร่ : 19 มิถุนายน 2559   เวลา 12:17

loading...


[ADS-ARTICLE-BOTTOM2]

ท่องเที่ยวอื่นๆ 


.
.