หน้าฝนเที่ยวไหนดี ?? จัดเต็ม 10 สถานที่เที่ยว "ท้าทาย" หน้าฝน สนุกกันให้เต็มอิ่มทั้ง น้ำตก ภูเขา ล่องแก่ง !! อย่ากลัวเปียกฝน!!!

เผยแพร่ : 7 มิถุนายน 2559   เวลา 13:36



เข้าฤดูฝนกันแบบเต็มๆ แล้วสินะครับ เป็นสัญญาณบอกว่าเราต้องเก็บกระเป๋าออกไปท่องเที่ยวน้ำตก เที่ยวภูเขา ลุยน้ำล่องแก่งให้สะใจ เมืองไทยเรานี้มีแหล่งท่องเที่ยวให้เราได้ออกไปสัมผัส และรอให้เราได้ออกไปท้าทายในหน้าฝนที่จะอยู่กับเรายาวนานกว่า 4 เดือนนี้ (เดือนมิถุนายน – เดือนตุลาคม) อีกเยอะแยะมากมาย และนี่คือสถานที่อันดับต้นๆ ที่สาวกนักผจญภัยต้องไม่พลาด!!

1. น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก


คำว่า ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีหลายชั้น ตกลดหลั่นลงมาจากหน้าผาสูง ผ่านโขดเขาหินปูนและดงไม้เขียวขจี ฤดูฝนเป็นช่วงที่น้ำตกสวยที่สุด ซึ่งการเดินเที่ยวชมน้ำตกแต่ละชั้นต้องเดินผ่านสายน้ำขึ้นไป และต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ อีกทั้งในช่วงฤดูฝน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางจะทำการปิดเส้นทางเดินรถยนต์ เนื่องจากการสัญจรลำบาก รวมทั้งเป็นการพักฟื้นผืนป่าให้สัตว์ออกหากินและขยายพันธุ์โดยไม่ถูกรบกวน ซึ่งถ้าหากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปน้ำตกทีลอซู ควรติดต่อบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่

2. แก่งหนานมดแดง จังหวัดพัทลุง


จังหวัดพัทลุง โดดเด่นด้วยกิจกรรมล่องแก่ง พายเรือคายัคผจญภัยในสายน้ำที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ ณ ห้วยน้ำใส ตำบลลานข่อย อำเภอป่าพะยอม สนุกไปกับการผ่านแก่งเล็กแก่งน้อยหลากหลายระดับกว่า 40 แก่ง ทั้งได้ชมธรรมชาติที่สวยสดงดงาม รับรองได้สนุกถึงใจในกิจกรรมนี้แน่นอน

3. ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์


เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตในช่วงฤดูฝนของนักท่องเที่ยวแนวผจญ เดินป่า ลุยฝน นอนเต้นท์ ซึ่งในระหว่างเดินทางสามารถชมความสวยงามของทิวทัศน์ธรรมชาติ น้ำตก และดอกไม้ป่าชนิดต่างๆ ได้อีกด้วย และติด 1 ใน 5 ของเส้นทางพิชิตยอดเขาที่ยากที่สุดในเมืองไทย โดดเด่นด้วยลานป่าสนสามใบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เต็มไปด้วยความงามอันอัศจรรย์ของทุ่งดอกหงอนนาค ราชินีแห่งดอกไม้ ที่ผลิดอกบานสะพรั่งห่มคลุมทั่วทุกทุ่งกว้าง รวมไปถึง เอื้องหมายนา ลิลลี่ป่า ลิ้นมังกร กระดุมเงิน ว่านไก่แดง

4. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จังหวัดกาญจนบุรี


ต้นน้ำของน้ำตกแห่งนี้มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขากะลาซึ่งเป็นป่าดิบ เขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ มีความสูงทั้งหมด 7 ชั้น ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งน้ำตกที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย ด้วยความเขียวขจีของผืนป่าที่รายล้อมน้ำตก ทำให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีสัตว์ตัวน้อยๆ ออกมาให้เราได้ชมกันอย่างไม่ขาดสาย

5. ล่องแก่งลำภาชี จังหวัดราชบุรี


สนุกไปกับการพายเรือคายัค ล่องแก่งไปในลำน้ำภาชี แห่งอำเภอสวนผึ้ง ที่ทัศนาคายัค (ก่อนถึงแก่งส้มแมว 5 กม.) ชื่นชมกับบรรยากาศสวย ๆ ของสองฟากฝั่งที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี และนกนานาชนิด ที่ผลัดกันร้องสลับไปมาอย่างไพเราะ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เพลิดเพลินและสนุกมาก เหมาะกับการมาเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่สุด และกิจกรรมใหม่แห่งสวนผึ้งคือล่องแก่งหวงยาง เป็นกิจกรรมที่ท้ายทายและสนุกสนานอีกอย่างที่คุณต้องลอง

6. น้ำตกผาดอกเสี้ยว จังหวัดเชียงใหม่


หรือ น้ำตกรักจัง ตั้งอยู่ที่บ้านแม่กลางหลวง ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ น้ำตกผาดอกเสี้ยวนั้นมีทั้งหมด 10 ชั้น แต่จุดเด่นหลักที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเยือนให้ได้คือชั้นที่ 7 เพราะสายน้ำจากน้ำตกชั้นบนไหลตกลงมากระทบชั้นล่าง ที่มีความสูงกว่า 20 เมตร เป็นภาพที่สวยงามตระการตามาก ที่มาของชื่อน้ำตกผาดอกเสี้ยวแห่งนี้ก็มาจากชื่อต้นเสี้ยวซึ่งเป็นไม้เด่นบริเวณน้ำตกนั้นเอง

7.ทุ่งดอกกระเจียว จังหวัดชัยภูมิ


ถือเป็นธรรมเนียมสำหรับนักเดินทางที่ในทุกปีจะต้องเดินทางเที่ยวชมความสวยงามของ “ทุ่งดอกกระเจียว” ในเทศกาลท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดชัยภูมิ โดยแหล่งชมทุ่งดอกกระเจียวจะประกอบไปด้วย 2 สถานที่ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ถือเป็นอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ที่เมื่อถึงช่วงฤดูฝน ดอกกระเจียวป่าหลากหลายสายพันธุ์จะออกดอกขึ้นมาอย่างหนาแน่น บริเวณทุ่งกว้างที่ถูกปกคลุมด้วย ไอหมอกในยามเช้าอีกด้วย และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ สำหรับพื้นที่สำหรับชมทุ่งดอกกระเจียวป่า ของที่นี่จะอยู่บริเวณน้ำตกชวนชม ซึ่งมีการจัดให้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 2 กิโลเมตร น้ำตกมีความสูง 20 เมตร บริเวณโดยรอบมีต้นไม้และทุ่งบัวสวรรค์หรือทุ่งดอกกระเจียว ที่มีทั้งสีชมพูและสีขาว

8. เทือกเขาไกรสร จังหวัดสุราษฎร์ธานี


เทือกเขาไกรสร ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก และจุดเด่นของที่นี่คือจุดชมวิว “ทาร์ซาน วิวพอยท์” ที่จะทำให้คุณเห็นทัศนียภาพของเขาสกได้อย่างเต็มตา และเต็มอิ่มไปกับความสมบูรณ์ของธรรมชาติ การเดินทางไป ต้องเดินป่าเป็นระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ผ่านป่าดิบชื้น ต้องปีนผาสูงชัน ที่เต็มไปด้วยแง่งหินคมกริบสุดอันตราย จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการปีนป่าย อีกทั้งยังต้องฝ่าดงทากนับร้อยอีกด้วย ถือเป็นความหฤโหดเพื่อเหล่านักผจญภัยโดยแท้จริง

9. ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์


ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามเป็นอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

10. แก่งหินเพิง จังหวัดปราจีนบุรี


แก่งหินเพิง ตั้งอยู่ที่ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ที่สวยงามอยู่ในลำน้ำใสใหญ่ ซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยา เป็นชั้นหินทราย อยู่ในเขตความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 9 (ใสใหญ่) ในช่วงฤดูฝนราวเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน เป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำหลากล้นแก่ง และไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ เหมาะสำหรับการล่องแก่งผจญภัยเป็นอย่างมาก สำหรับการล่องแก่งนั้นจะผ่านแก่งหินต่างๆ ได้แก่ แก่งหินเพิง แก่งวังหนามล้อม แก่งวังบอน แก่งลูกเสือ แก่งวังไทร และแก่งงูเห่า ใช้แพยางนั่งได้ประมาณ 8-10 คน ล่องไปตามลำน้ำใสใหญ่ ใช้เวลาล่องแก่งประมาณ 30 นาที

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
เรียบเรียงโดย Teng1st
เผยแพร่ : 7 มิถุนายน 2559   เวลา 13:36

loading...


ข่าวอื่นๆ 


[ADS-ARTICLE-BOTTOM2]

ท่องเที่ยวอื่นๆ 


.
.